...........................................................................................................................................................
 

 รูปถ่ายพระพุทธเจ้า และที่มาของรูปถ่าย

 
       
                                
 
               (ที่มาของรูปพระพุทธเจ้า)
 
ประวัติมีอยู่ว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2523 ได้มีฝรั่งชาวอังกฤษท่านหนึ่งชื่อ นายแพทย์เบอร์นาร์ด ได้มาเที่ยวที่ประเทศอินเดียและได้มาพบเห็นประเพณีโบราณหลายอย่าง บางอย่างก็ดูทารุณโหดร้าย บางอย่างก็สกปรก บางอย่างล้าสมัยแบ่งชนชั้นเหยียดหยามกัน นึกตำหนิอยู่ในใจ  เมื่อได้เที่ยวมาถึงพุทธคยา ได้มาชมประเพณีเวียนเทียนวันวิสาขบูชาที่ เจดีย์พุทธคยา ได้เห็นประชาชนเวียนเทียนกราบไหว้ต้นโพธิ์ที พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเคยประทับนั่งตรัสรู้ก็นึกตำหนิในใจว่า ประชาชนพวกนี้โง่มากขาดกราบไหว้ต้นไม้ได้ ครั้นสอบถามได้รับคำตอบว่าเป็นต้นโพธิ์ที่ประทับนั่งตรัสรู้ของเจ้าชายสิทธัตถะในครั้งแรกทำให้เกิดศาสนาพุทธขึ้น ฝรั่งผู้นี้ก็นึกในใจว่าเรื่องเจ้าชายสิทธัตถะเป็นเพียงนิยายที่แต่งขึ้นมาให้นับถือเท่านั้นไม่ใช่เรื่องจริง นึกเหยียดหยามชาวพุทธอยู่ในใจว่าโง่เง่างมงาย แต่ไม่พูดอะไรกลัวมีเรื่อง
 
ครั้นกลับที่พักแล้วตอนดึกของคืนนั้นนอนหลับฝันไปว่าตนเองได้ย้อนกลับมาที่พุทธคยานี้อีก แต่เห็นสถานที่เป็นป่าแปลกตาออกไป เห็นต้นโพธิ์ใหญ่มีพระนั่งอยู่องค์หนึ่งมีรัศมีงดงาม จึงได้เข้าไปถามว่าท่านเป็นใคร มานั่งที่นี่ทำไม ได้รับคำตอบว่าเราชื่อพระสิทธัตถะ สละราชสมบัติมาบวชและได้เคยมานั่งค้นคว้าพระธรรมที่นี่จนได้ตรัสรู้ ฝรั่งสงสัยจึงย้อนถามว่า เจ้าชายสิทธัตถะมีจริงหรือ ทรงตอบว่าใช่ เจ้าชายสิทธัตถะมีจริง ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าจริง ณ โคนต้นโพธิ์นี้เป็นที่แรกตรัสรู้ของเราท่านไม่เชื่อเพราะไม่เคยศึกษาเรื่องนี้มาก่อนเลย ท่านเก่งทางวิทยาศาสตร์แต่ท่านไม่ได้เก่งเรื่องธรรมะ ถ้าท่านได้ศึกษาธรรมะท่านก็จะรู้ได้ และจะไม่ไปตำหนิคนอื่นเขาอย่างนี้อีก สิ่งใดที่เราไม่เคยเรียนไม่เคยรู้ไม่เคยค้นคว้าศึกษามาก่อน แล้วจะไปว่าคนที่เขาศึกษาค้นคว้าโง่เง่าอะไรนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ถ้าท่านได้ศึกษาแล้วพิสูจน์แล้วหากปรากฏว่าเหลวไหลไร้สาระจริงจึงประณามก็สมควรทำ ท่านไม่ศึกษาเลยแล้วมาประณามเช่นนี้เป็นสิ่งไม่ควรทำ เป็นสิ่งที่ไม่ยุติธรรม อาจผิดพลาดได้ ในฝันของฝรั่งคิดในใจว่าถ้าตนเอากล้องถ่ายรูปมาจะถ่ายภาพพระสิทธัตถะองค์นี้ออกอวดชาวโลกว่าเจ้าชายสิทธัตถะมีจริง จะได้แก้ข้อสงสัยของชาวโลกได้ แต่ในฝันตนลืมกล้องถ่ายรูปไป ได้สนทนาได้รับคำตอบที่ถูกใจมากจนลากลับและได้ตื่นขึ้นในตอนเช้า
 
ครั้นตื่นแล้วติดใจในความฝัน ลุกขึ้นมาค้นหากล้องถ่ายรูปคิดว่าจะไปถ่ายรูปนี้มาให้ได้ ครั้นอาบน้ำรับประทานอาหารแล้วได้ไปซื้อฟิล์มมาใหม่1 ม้วน ใส่กล้องออกเดินทางมาที่พุทธคยานี้อีกครั้ง ตั้งต้นถ่ายรูปไปทีละฟิล์มรอบต้นโพธิ์ นึกในใจว่า เจ้าชายสิทธัตถะมีจริงหรือ ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าจริงหรือ นั่งตรงไหนจึงได้ตรัสรู้ ถ้าจริงขอให้ติดสักภาพเถิดจะได้ไปอวดเขาได้ว่าพระสิทธัตถะมีจริง ได้ถ่ายรอบต้นโพธิ์ทุกแง่ทุกมุมเสร็จแล้วถอดฟิล์มให้ช่างล้างให้ ปรากฏว่าได้มาภาพเดียวคือภาพนี้ ภาพที่ถ่ายมาด้วยกันไม่ติดอะไรเลยแม้กระทั่งต้นหญ้า ทั้งนี้เพราะฝรั่งตั้งใจขอภาพเดียวจึงได้ภาพเดียว
 
ครั้นได้แล้วก็ดีใจกลับประเทศของตน อวดลูกอวดเมียก็ไม่เชื่อ อวดใครก็ไม่เชื่อ ซ้ำยังถูกว่าโง่เง่าเชื่อในสิ่งเหลวไหลอีก จึงได้เก็บใส่กระเป๋าคงอยู่ในอัลบั้มอย่างนั้นไม่ได้อวดใครอีกต่อไป ฝรั่งผู้นี้ไม่รู้ว่าการปิดภาพบุคคลที่ทำบุญบารมีมาเพื่อโปรดสัตว์ ทำบารมีมามากมายหลายร้อยหลายพันชาติจนได้เป็นพระพุทธเจ้าโปรดโลกได้จริงเช่นนี้เป็นบาป อย่างน้อยที่สุดใส่กรอบแขวนไว้ข้างฝาก็จะพ้นบาป ไม่ผิดสัจจะที่ขอมาว่าจะให้ชาวโลกเขาดู เมื่อผิดสัจจะอย่างนี้ฝรั่งผู้นี้จึงประสบวิกฤติส่วนตัวชีวิตผกผวนอย่างมากผิดหวังในชีวิตหลายอย่างจนรู้สึกสิ้นหวัง ได้คิดถึงคำสอนของพระสิทธัตถะที่ว่าให้ทดลองศึกษาธรรมะดูบ้าง เพราะวิทยาศาสตร์ศึกษาจนจบแล้ว ได้ตันสินใจหิ้วกระเป๋าใบเก่ากลับมาขอบวชอยู่ที่วัดพุทธคยา เมื่อคนไทยไปเที่ยวคนที่พูดภาษาอังกฤษได้ ได้ไปสนทนากับท่าน ถามท่านว่ามีเหตุอะไรจึงได้มาบวช ท่านได้เล่าให้ฟังโดยตลอดและได้นำภาพนี้มาอวดอีก คนไทยได้อ้อนวอนขอท่านมาเมื่อมาถึงเมืองไทยก็ได้อัดแจกกันตามประสาชาวพุทธ


    (ลักษณะมหาบุรุษ ๓๒ ประการของพระพุทธเจ้า)
 
เหตุการณ์ก่อนเกิดพุทธศาสนานับจากนี้ย้อนหลังไปประมาณ  ๓,๐๐๐ ปีแผ่นดินใหญ่ในอดีตสมัยนั้นเรียกว่าชมพูทวีป ในปัจจุบันประกอบด้วยประเทศ ๗ ประเทศอันได้แก่ อินเดีย ปากีสถาน เนปาล อัฟกานิสถาน บังคลาเทศ ภูถาน และ  ศรีลังกา
 

ชมพูทวีปสมัยนั้นมีประชากรมาก เจริญรุ่งเรืองที่สุดในโลกในยุคนั้น แบ่งการปกครองเป็นแคว้น มีพระเจ้าแผ่นดินเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในแคว้นนั้นๆรวม ๑๗ แคว้น คือ อังคะ มคช กาสี โกศล วัชชี มัลละ เจตี วังสะ กุรุ ปัญจาระ มัฌชะ สุรเสนะ อัสสกะ อวันตี คันทาระ กำโพชะ สักกะ  แบ่งกัน
ปกครองอยู่บนพื้นแผ่นดินใหญ่ ส่วนเกาะลังกาในสมัยนั้นเป็นที่อยู่ของมนุษย์กินคนรวมอยู่ในชมพูทวีปเช่นเดียวกัน
 

สมัยนั้นชมพูทวีปปกครองด้วยระบบกษัตริย์ทรงอำนาจเด็ดขาด ถือศาสนาพราหมณ์อินดูเป็นส่วนมาก แบ่งชนชั้นออกเป็นวรรณะ ๔ เหยียดหยามกันมาก นับจากวรรณะที่สูงคือ ๑.กษัตริย์ ๒.พราหมณ์ ๓.แพทย์ ๔.ศูทรและยังมีวรรณะที่ถูกเหยียดหยามต่ำสุดคือ พวกจัณฑาล ได้แก่ บุคคลชั้นต่ำศูทรและแพทย์แต่งงานกัน เกิดลูกออกมาเป็นคนจัณฑาลไม่มีชั้นวรรณะ
 

ศีลธรรมไม่มีในยุคนั้น ไม่มีการให้ทานรักษศีล ไม่มีพระธรรม ไม่รู้จักพระธรรมการทำบุญใช้การบูชายันต์ จับสัตว์มาฆ่า จับคนบูชายันต์เผาทั้งเป็น ถือเป็นการทำบุญ ไม่มีการให้ทาน ไม่มีศีลธรรม นายลงโทษฆ่าคนใช้ฆ่าเมียได้ คนซื้อขายกันได้เหมือนสัตว์
 

ก่อนพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้น ประชาชนได้ถามกันว่า อะไรชื่อว่าเป็นความดี เป็นมงคล แสวงหามงคลต่างๆ มีความเห็นไม่ตรงกัน บางพวกไหว้พระอาทิตย์ บางพวกไหว้พระจันทร์  ไหว้ภูเขา ไหว้ต้นไม้ใหญ่ ไหว้ทิศทั้งหลายว่าเป็นความดี เป็นมงคล หรือบางพวกบางหมู่ถือว่าตื่นเช้าให้เอาขี้วัวเจิมหน้า เพราะวัวเป็นพาหนะของพระผู้เป็นเจ้า บางพวกถือการอาบน้ำล้างบาป บางพวกถือการไม่นุ่งห่มชีเปลือยนอนพื้นดินกินเลียๆ มือเลียกินเหมือนสุนัขเรียกว่าสุนัขวัตร บางพวกทรมานตนด้วยวิธีต่างๆ เอาตัวไปย่างไฟบ้าง นั่งนอนกลางแจ้งบ้าง บางพวกถือว่าสามีตายให้เอาภรรยาไปเผาตายตามไปด้วย หาข้อสรุปไม่ได้ว่าอะไรเป็นมงคล มีความเห็นต่างๆกัน หาข้อสรุปไม่ได้ เถียงเอาชนะกันก็ตกลงไม่ได้ว่าใครถูกกว่าดีกว่า พวกพราหมณ์ซึ่งเป็นเจ้าลัทธิศาสนาใหญ่สั่งสอนประชาชนอยู่ทั่วไป พยายามค้นหาคำตอบข้อสรุปที่ดีที่สุดว่า อะไรกันแน่ที่เป็นมงคลของชีวิตแสวงหากันไปทั่ว

ด้วยเหตุนี้ ก่อนพระพุทธเจ้าประสูติประมาณ ๒๐๐ ปี คณะพราหมณ์ อาจารย์ เจ้าลัทธิ ได้เข้าไปหาฤาษีใหญ่ในป่าหิมพานเชิงเขาหิมาลัย ถามฤาษีใหญ่ทั้งหลายว่าอะไรเป็นมงคลของชีวิตมนุษย์ที่ควรปฏิบัติที่สุดฤาษีทั้งหลายก็ตอบไม่ได้ มีความเห็นไม่ตรงกัน โต้เถียงกันไม่ชนะ
 
ขณะนั้นได้มีฤาษีตนหนึ่งมีฤทธิ์มาก ชื่อว่า กัณหะฤาษี บวชมาแต่เด็กจนเป็นหนุ่ม กล่าวกับที่ประชุมครั้งนั้นว่า เรื่องนี้ควรลองถามพวกเทวดาทั้งหลายดู เพื่อว่าจะได้สิ่งที่เป็นมงคลที่ดีที่สุด ที่ประชุมตกลงให้กัณหะฤาษีไปถามเทวดาแล้วมาบอก

กัณหะฤาษี ชื่อกัณหะเพราะผิวดำ พวกฤาษีแก่ไปหาผลไม้เก็บมาจากป่าขณะยังนอนเบาะ แม่ชื่อพระสนมทิศา พ่อชื่อเจ้าโอกากราช พวกศากยะรังเกียจผิวดำ ถือว่าเป็นปีศาจมาเกิด เจ้าโอกากราชเห็นเป็นตัวดำรังเกียจจะฆ่าทิ้ง พวกอำมาตย์ขอไว้ว่าเด็กไม่มีความผิด จึงให้เอาไปทิ้งในป่าลึกเชิงเขาหิมาลัย หวังจะให้เสือกิน ฤาษีแก่มาพบเข้าจึงเก็บไปเลี้ยง ฝึกสอนฌานสมาบัติตั้งแต่เด็กจึงเก่ง มีฤทธิมากกว่าฤาษีทุกองค์ในที่ประชุมนั้น

กัฌหะฤาษีบรรดาลฤทธิ์หายตัวไปถามเทวดาทั้งหลายบนภูเขาหิมาลัยเทวดาทั้งหลายก็ไม่รู้ บอกให้ไปถามพระอิศวรเจ้าแห่งเทวดาชั้นดาวดึงห์ชื่อว่า ท้าวสักกะเทวราชก็จะรู้ได้ เพราะท้าวสักกะเป็นผู้ฉลาด เป็นผู้สอนเทวดาทั้งหลาย

กัณหะฤาษีจึงเหาะขึ้นไปชั้นดาวดึงห์ เข้าไปเฝ้าท้าวสักกะถามปัญหาว่าพวกมนุษย์ทั้งหลายต้องการทราบอยากรู้ว่า อะไรเป็นมงคลแก่ชีวิต ยังหาคำตอบกันไม่ได้ ได้มาถามฤาษี ฤาษีทั้งหลายก็ตอบไม่ได้ ข้าพระองค์จึงได้มาเฝ้าขอทราบว่าอะไรเป็นมงคลแก่ชีวิตที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรนำมาปฏิบัติ

ท้าวสักกะพนมมือนมัสการฤาษีกล่าวว่า “ข้าพระองค์ก็ไม่รู้เหมือนกันแต่มีผู้รู้อยู่ท่านหนึ่งชื่อว่า สันตดุสิตเทพบุตร เป็นเจ้าแห่งเทวดาชั้นดุสิตเทพองค์นี้บำเพ็ญบารมีมานานหลายชาติ ชาติสุท้ายเป็นมนุษย์ชื่อ พระเวสสันดร บารมีเต็มแล้วตายมาเกิดเป็นเจ้าแห่งเทพอยุ่ชั้นดุสิตอยู่ขณะนี้ในไม่ช้าอีกประมาณ ๑๐๐ ปีกว่าๆ ก็จะไปเกิดเป็นพระพุทธเจ้าในชมพูทวีปขอให้มนุษย์ทั้งหลายรอคอยสักนิดหน่อยแล้วถามพระองค์ เมื่อพระองค์ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว ก็จะทราบจะตอบได้ข้อสรุปที่ดีและแน่นอนไม่ต้องโต้เถียงกัน มนุษย์ทั้งหลายควรอดทนรออีกสักนิดหน่อย”

กัณหะฤาษี “ถ้าเช่นนั้นก็ดีจะได้ข้อสรุปที่แน่นอน ที่เป็นประโยชน์ที่แท้จริงแต่จะรู้ได้อย่างไรว่าใครเป็นพระพุทธเจ้า มีรูปร่างอย่างไร กลับลงไปเกิดเป็นมนุษย์ที่เมืองใด”ท้าวสักกะ “ท้าวสันตดุสิตจะจุติไปเกิดเป็นมนุษย์ที่แคว้นสักกะ ในอริยวงศ์ของเจ้าโอกากราชอีกไม่นานนัก”กัณหะฤาษี “เมื่อไปเกิดเป็นมนุษย์แล้วมีรูปร่างอย่างไร”ท้าวสักกะ "เมื่อไปเกิดเป็นมนุษย์จะมีลักษณะ ๓๒ ประการ เรียกว่ามหาปุริสลักษณะ คือ”

๑.มีฝ่าเท้าและฝ่ามือเสมอกัน
๒.ฝ่าเท้าทั้งสองมีลายรูปกงจักร มีซี่ตั้งพัน พร้อมทั้งกงและดุม
๓.มีส้นเท้ายื่นยาวออกมาข้างหลัง ข้อเท้าตั้งอยู่ตรงกลาง
๔.มีนิ้วองคุลีเรียวกลมยาวไม่มีข้อ
๕.ฝ่ามือฝ่าเท้าอ่อนนุ่มเต็ม ข้อมือข้อเท้าเข่าไหล่เรียบไม่มีข้อปูดโปน เวลางอมืองอเท้าจะอ่อนเหมือนงวงช้าง
๖.ทุกข้อเท้าข้อมือมีเส้นรอบจรดกันข้อละหนึ่งเส้น
๗.ข้อพระบาทสูงไม่มีตาตุ่ม
๘.แข้งเรียวอ่อนเหมือนเนื้อทรายกำลังยืน
๙.มือยาวถึงเข่า วายาวเท่าศรีษะจรดเท้า
๑๐.มีอวัยวะเพศจมอยู่ในหัวเหน่า อกนูนเหมือนสาวรุ่น
๑๑.มีผิวสีทองเป็นเงามีรัศมี
๑๒.มีผิวละเอียดมัน ไม่เปื้อน ไม่เปียก ผัสสะเลิศ
๑๓.มีขนเส้นเล็กขุมละหนึ่งเส้น
๑๔.เส้นขนทวนขึ้นบน
๑๕.เวลายืนกายตรงสง่างาม
๑๖.มีเนื้ออูมเจ็ดแห่ง ที่หลังมือ ๒ หลังเท้า ๒ ไหล่ ๒ ข้าง และหนอกหลังคอ ๑
๑๗.มีรูสะดือโบ้เท่าผลสมอ
๑๘.รูปร่างยืนตรงเสลา เหมือนรากไทรใหญ่จากกิ่งสูงยันพื้นดิน
๑๙.คอกลมเหมือนกระบอกไม้ไผ่ มองไม่เห็นลูกกระเดือก
๒๐.พระพักต์กลม เนื้ออิ่มไม่มีร่องแก้ม ไม่มีร่องปาก ร่องตา
๒๑.ติ่งหูยาวลงมาทั้งสองข้างๆละ ๑ นิ้วเท่ากัน
๒๒.คางยื่นนิดหน่อยเหมือนคางสิงโต
๒๓.มีเขี้ยวแก้ว ๔ เขี้ยว
๒๔.ฟันเรียบแน่นมีฟัน ๔๐ ซี่
๒๕.มีลิ้นปกติ เมื่อแลบออกมาแผ่ให้ปิดหน้าผากได้ ห่อเล็กไซหูได้
๒๖.ไหปลาร้าและหลุมคอเต็ม
๒๗.มีผัสสะเลิศ
๒๘.มีเสียงเพราะ
๒๙.ตาดำประกายสีนิลขัด
๓๐.ตากลมโตเหมือนลูกวัว
๓๑.กลางหน้าผากมีขนสีขาวเป็นอุนาโลมขึ้นไป มีเงาประกายเหมือนเพชร
๓๒.มีผมสีครามเข้มเหมือนดอกอัญชัน เป็นมันเงาประกายเหมือนหัวเป็ดหรือแววหางนกยูง ผมทวนขึ้นบนไปรวมกันอยู่กลางศรีษะแหลมอยู่ เหมือนสวมมงกุฎหรือชฎา

กัณหะฤาษี “ลักษณะแปลกมาก ข้าพระองค์ขอจำเพื่อนำมาบอกมนุษย์ทั้งหลายให้รอคอยวันนั้น”
แล้วได้ลาท้าวสักกะกลับลงมายังที่ประชุมของฤาษีและพราหมณ์ทั้งหลายนำข้อความมาแจ้งให้ฤาษีและพราหมณ์ทราบทั่วกันพวกฤาษีและพราหมณ์ทั้งหลายได้จดไว้เป็นตำราเล่มหนึ่งในไตรเทพเรียกชื่อว่า ตำรามนต์พราหมณ์ ท่องจำกันตั้งแต่นั้นมา
 
 
 *โดยส่วนตัวแล้ว จขบ. คิดว่าเทวดาอาจจะจำแลงกายมาเป็นพระพุทธเจ้าก็เป็นได้ หรือไม่ก็มีคนวาดขึ้นมาเองตามลักษณะที่อธิบายในพระไตรปิฎกนั่นแหละครับ *
 
( Lord buddha Image,Lord buddha Photo,Lord buddha Picture,รูปถ่ายพระพุทธเจ้า,ภาพถ่ายพระพุทธเจ้า )
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ดันคับ สาธุๆๆ  จีคลับ  บาคาร่า  royal1688

#27 By ku25312531 on 2015-12-13 03:12

#26 By (118.173.5.6|118.173.5.6) on 2015-08-24 00:40

สาธุ สาธุ สาธุ

#25 By วิสุทธิ์ ชาติสุข (1.46.239.80|1.46.239.80) on 2015-07-23 15:35

#24 By (1.46.69.250|1.46.69.250) on 2015-07-15 11:06

#23 By (1.47.139.137|1.47.139.137) on 2015-07-13 11:10

big smile

#22 By (49.230.210.226|49.230.210.226) on 2015-06-28 21:55

#21 By (49.230.141.209|49.230.141.209) on 2015-06-09 04:41

สาธุค่ะ

#20 By tit (202.14.117.25|202.14.117.25) on 2015-06-08 06:38

พุทธัง ธัมมัง สังฆัง ทุติยัมปิ ตะติยัมปิ สะระนัง คัจฉามิ.......
big smile สาธุ๓.big smile

#19 By Jeab. (1.47.234.67|1.47.234.67) on 2015-05-01 21:48

#18 By (1.46.144.13|1.46.144.13) on 2014-11-29 11:05

big smile big smile สาธุ


#17 By (124.122.33.117|124.122.33.117) on 2014-11-03 08:12

big smile big smile สาธุ


#16 By (124.122.33.117|124.122.33.117) on 2014-11-03 08:10

big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink cry

#15 By (49.49.12.232|49.49.12.232) on 2014-10-13 21:25

.

#14 By (1.46.77.232|1.46.77.232) on 2014-09-06 07:46

big smile

#13 By (110.77.137.220|110.77.137.220) on 2014-06-27 05:39

ขอบคุณค่ะ สำหรับเรื่องดีๆ

#12 By (1.47.208.32|1.47.208.32) on 2014-06-03 19:12

เห็นด้วย กับคุณKonggoo Lomo ครับ  ตัดมาจากภาพใหญ่ที่จิตรกรชาวฝรั่งเศษเป็นคนวาด   เป็นภาพวาดปางมารวิชัย มีธิดามารประกอบอยู่ด้วย ที่บอกว่านายแพทย์เบอร์นาร์ดถ่ายได้ เป็นแค่การกล่าวอ้างเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ให้ขายได้ ทำให้ชาวพุทธในประเทศไทย (เท่านั้น) หลงเชื่อว่าเป็นภาพถ่ายจริงๆ ภาพต้นฉบับที่อยู่ทั่วไปครับ แต่ไม่ค่อยได้เผยแพร่ /นับว่าเป็นสถานการณ์ของชาวพุทธที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตศรัทธาที่น่าหดหู่ใจอีกเหตุการณ์หนึ่งครับ

#10 By prach prase (202.29.86.170|202.29.86.170) on 2014-03-16 13:55

เชื่อเถอะครับ เป็นรูปถ่ายของพุทธองค์จริง ๆ เป็นบุญของชาวเราแล้วครับ

#9 By วัฒน์ (171.97.225.84|171.97.225.84) on 2014-03-07 21:13

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
ตอนที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสแทนพระองค์เองว่า ตถาคต 
เป็นประโยคที่ขนลุกที่สุด เหมือนมีพลังสุดๆ ไม่ว่าจะอ่านเจอกี่ครั้งๆก็ตาม
สาธุ ค่ะbig smile

#7 By iamtabo on 2012-05-14 02:50

สาูุธุืHot!
น่าจะจริงและเป็นไปได้ครับ
เคยเห็นรูปนี้แต่เพิ่งทราบที่มา

ขอบคุณที่ลงให้อ่าน
เคยเห็นรูปนี้เหมือนกันค่ะ
ผู้รู้ท่านบอกว่า รูปนี้เหมือนพระองค์ท่านมากbig smile

#3 By kororo on 2011-03-19 08:56

big smile big smile

#2 By dekbamesara on 2011-03-18 18:44

ดีครับ
ได้ความรู้มากครับ

big smile