บทสวดมนต์พร้อมคำแปล

posted on 13 May 2011 13:35 by narathipo in Dhamma directory Fiction, Knowledge
...........................................................................................................................................................
 
                             บทสวดมนต์พร้อมคำแปล
 
ขออวยพรให้ผู้ที่ถือมั่นสมาทานศีลสวดภาวนาขอให้มีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต มีกิน มีใช้ ไม่อด ไม่อยาก ไม่ยาก ไม่จน ไม่ต่ำกว่าคน ไม่จนกว่าเขา มั่งมีด้วยลาภ ยศ ชื่อเสียง เงินทอง เจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ และ ปฏิภาณ ด้วยเทอญ...สาธุ
 
                    
 
    

                      บทสวดมนต์
         (จุดธูปเทียนดอกไม้บูชาพระรัตนตรัย)
            
                  (นมัสการพระรัตนตรัย)
นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (สวด ๓ จบ)
(ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง)

 

                  (บูชาพระรัตนตรัย)
อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ
(ข้าพเจ้าขอบูชาพระพุทธเจ้าด้วยการสักการะนี้)
อิมินา สักกาเรนะ ธัมมัง อะภิปูชะยามิ
(ข้าพเจ้าขอบูชาพระธรรมเจ้าด้วยการสักการะนี้)
อิมินา สักกาเรนะ สังฆัง อะภิปูชะยามิ
(ข้าพเจ้าขอบูชาพระสังฆเจ้าด้วยการสักการะนี้)
 
 
 
 
                 (กราบพระรัตนตรัย)    
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา พุทธัง ภะคะวัณตัง อภิวาเทมิ
(พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นพระอรหันต์ ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ข้าพเจ้าขออภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน)
                              (กราบ)

สะวาคะโต ภะคะวะตา ธัมโม ธัมมัง นมัสสามิ

(พระธรรม เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดีแล้ว ข้าพเจ้าขอนมัสการพระธรรม)
                             (กราบ)

สุปฏิปัณโณ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สังฆังณะมามิ

(พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฏิบัติดีแล้ว ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสงฆ์)
                             (กราบ)
                   
 
 
 
             (คำขอขมาพระรัตนตรัย)
วันทามิ พุทธัง สัพพะเมโทสัง ขะมะ ถะเม ภันเต
( ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอกราบไหว้พระพุทธเจ้า เพื่อขอขมาโทษทั้งปวง ขอพระองค์จงประทานอภัยโทษแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด )
 
วันทามิ ธัมมัง สัพพะเมโทสัง ขะมะ ถะเม ภันเต
( ข้าแต่พระธรรมอันเจริญ ข้าพเจ้าขอกราบไหว้พระธรรม เพื่อขอขมาโทษทั้งปวง ขอพระธรรมจงให้อภัยโทษแก่ข้าพเจ้าด้วยเถิด )
 
วันทามิ สังฆัง สัพพะเมโทสัง ขะมะ ถะเม ภันเต
( ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอกราบไหว้พระสงฆ์ เพื่อขอขมาโทษทั้งปวง ขอพระสงฆ์จงให้อภัยโทษแก่ข้าพเจ้าเถิด )                                        
         
 
 
 
           (ไตรสรณคมน์)
      พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
      ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
      สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
(ข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก)
      
      ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

      ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
      ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
( แม้ครั้งที่สองข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก)
     
      ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

      ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
      ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
( แม้ครั้งที่สามข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่งที่ระลึก)
                        
 
 
 
                          (อาราธนาศีล)
(ถ้าคนเดียวเปลี่ยนจากคำว่า “มะยัง” เป็น “อะหัง” และ “ยาจามะ” เป็น “ยาจามิ” และไม่ต้องกล่าวคำแปลว่า "(ทั้งหลาย)" ส่วนถ้าจะถือศีล ๘ ให้เปลี่ยนจากคำว่า ปัญจะ เป็น อัฏฐะ)

มะยัง/อะหัง ภันเตวิสุงวิสุง รักขะณัติถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ(ศีล๕)/อัฏฐะ(ศีล๘) สีลานิ
ยาจามะ/ยาจามิ
(ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ข้าพเจ้า(ทั้งหลาย) ขอสมาทาน ศีล๕  / ศีล๘ พร้อมด้วยไตรสรณคมน์ ๓ ประการ เพื่อประโยชน์แห่งการรักษาเป็นข้อ ๆ)

ทุติยัมปิ มะยัง/อะหัง ภันเตวิสุงวิสุง รักขะณัติถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ(ศีล๕)/อัฏฐะ(ศีล๘) สีลานิ ยาจามะ/ยาจามิ
(ข้าแต่ท่านผู้เจริญ แม้นในวาระที่ ๒ ข้าพเจ้า(ทั้งหลาย) ขอสมาทาน ศีล๕ / ศีล๘ พร้อมด้วยไตรสรณคมน์ ๓ ประการ เพื่อประโยชน์แห่งการรักษา เป็นข้อ ๆ)
 
ตะติยัมปิ มะยัง/อะหัง ภันเตวิสุงวิสุง รักขะณัติถายะ ติสะระเณนะ สะหะ ปัญจะ(ศีล๕)/อัฏฐะ(ศีล๘) สีลานิ ยาจามะ/ยาจามิ
(ข้าแต่ท่านผู้เจริญ แม้นในวาระที่ ๓  ข้าพเจ้า(ทั้งหลาย) ขอสมาทานศีล๕ / ศีล๘ พร้อมด้วยไตรสรณคมน์ ๓ ประการ เพื่อประโยชน์แห่งการรักษา เป็นข้อ ๆ)

  
 
 
 
                      (สมาทานศีล๕)
๑.ปาณาติปาตา เวระมะณีสิกขา ปะทังสมาทิยามิ
(ข้าพเจ้าขอสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการฆ่าสัตว์ด้วยตนเองและไม่ใช้ให้ผู้อื่นฆ่า)

๒.อะทินนาทานา เวระมณีสิกขา ปะทังสมาทิยามิ

(ข้าพเจ้าขอสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการลัก,ฉ้อ,โกง ของผู้อื่นด้วยตนเอง และไม่ใช้ให้ผู้อื่นลัก,ฉ้อ,โกง)

๓.กาเมสุมิจฉาจารา เวระมณีสิกขา ปะทังสมาทิยามิ

(ข้าพเจ้าขอสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการประพฤติผิดในกาม)

๔.มุสาวาทา เวระมณีสิกขา ปะทังสมาทิยามิ

(ข้าพเจ้าขอสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการพูดเท็จ)

๕.สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา เวระมะณีสิกขา ปะทังสมาทิยามิ

(ข้าพเจ้าขอสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ เว้นจากการดื่มสุรา เมรัย เครื่องดองของทำใจให้คลั่งไคล้ต่างๆ[ยาเสพติดทั้งหลาย] )
       
อิมานิ ปัญจะสิกขา ปะทานิสมาทิยามิ
(ข้าพเจ้าขอสมาทานศีล ๕ อันประกอบด้วยองค์ ๕ ประการแล้วดังนี้)
 
 
 
 
 
                         (สมาทานศีล๘)
(ถ้าสมาทานศีล ๘ พอกล่าวข้อ ๕ เสร็จแล้วให้ต่อข้อ๖เลย ไม่ต้องท่อง “อิมานิ ปัญจะสิกขา ปะทานิสมาทิยามิ” )

๖.วิกาละโภชนา เวระมะณี สิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

(ข้าพเจ้าขอสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ งดเว้นจากการบริโภคอาหารตั้งแต่พระอาทิตย์เที่ยงแล้วไปจนถึงเวลาอรุณขึ้นมาใหม่)

๗.นัจจะคี ตะวาทิ ตะวิสุกะทัสสะนา มาลาคันธะวิเล ปะนะ ธาระณะ มัณฑะนะวิภูสะ นัฏฐานา 
เวระมะณีสิกขาปะทังสะมาทิยามิ

(ข้าพเจ้าขอสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ งดเว้นจากการฟ้อนรำขับร้องและประโคมเครื่องดนตรีต่างๆ ดูการละเล่น แต่บรรดาที่เป็นข้าศึกแก่บุญกุศลทั้งสิ้น และเว้นทัดทรงประดับตกแต่งร่างกาย ด้วยดอกไม้หอม เครื่องประดับ เครื่องทรง เครื่องย่อมทาผิว ทำกายให้วิจิตรงดงามต่างๆ อันเป็นเหตุที่ตั้งแห่งความกำหนัดยินดี)

๘.อุจจาสะยะนะ มะหาสะยะนา เวระมะณีสิกขาปะทัง สะมาทิยามิ

(ข้าพเจ้าขอสมาทานซึ่งสิกขาบท คือ งดเว้นจากที่นอนเหนือเตียงตั่งม้า ที่มีความสูงเกินประมาณ และที่นั่งที่นอนใหญ่ภายในมีนุ่นและสำลี และเครื่องปูลาดวิจิตรด้วยเงินและทองต่างๆ)

อิมัง อัฏฐัง คะสะมันนาคะตัง พุทธะปัญญัตตัง อุโปสะถัง อิมัญจะรัตติง อิมัญจะ ทิวะสัง 
สัมมาเทวะ อะภิรักขิตุง สะมาทิยามิ
(ข้าพเจ้าขอสมาทานเอาซึ่งองค์อุโบสถศีล ประกอบด้วยองค์แปดประการ ที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้แล้วนี้ เพื่อจะรักษาไว้ให้ดี ให้บริบูรณ์ ไม่ให้ขาด ไม่ให้ทำลาย สิ้นวันหนึ่งกับคืนหนึ่งณ เวลาวันนี้)
                                     

                     ( ถวายพรพระ < อิติปิ โส > )

อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ วิชชาจะระณะสัมปันโน สุคะโต โลกะวิทู อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ สัตถา เทวะมะนุสสานังพุทโธ ภะคะวาติ
(พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น เป็นผู้ไกลจากกิเลส เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ [ ความรู้และความประพฤติ ] เป็นผู้เสด็จไปดีแล้ว [ คือ ไปที่ใดยังประโยชน์ให้ที่นั้น ] เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งไปกว่า เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม เป็นผู้มีความจำเริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์)

สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม สันทิฏฐิโก อะกาลิโก เอหิปัสสิโก โอปะนะยิโก ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูฮีติ

(พระธรรมเป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นได้ด้วยตนเอง เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกับผู้อื่นว่าท่านจงมาดูเถิด เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ อาหุไนโย ปาหุไนโยทักขิไณโย อัญชะลีกะระณีโย อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ

(สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใดปฏิบัติดีแล้ว สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใดปฏิบัติตรงแล้ว สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใดปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใดปฏิบัติสมควรแล้ว ได้แก่บุคคลเหล่านี้คือ คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงตัวบุรุษได้ ๘ บุรุษ[คือพระอริยบุคคล ๘]นั่นแหละสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา เป็นผู้ควรแก่การต้อนรับ เป็นผู้ควรแก่ทักษิณา เป็นผู้ควรแก่การทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า)
                                  
 
 
 
 
                        (บทแผ่เมตตาแก่ตนเอง)
(หญิงเปลี่ยนจาก โต เป็น ตา,โข เป็น ขา,โร เป็น รา,โฌ เป็น ฌา,โฆ เป็น ฆา)
 
อะหัง สุขิโต(ตา) โหมิ  

( ขอให้ข้าพเจ้ามีความสุข )

นิททุกโข(ขา) โหมิ

( ปราศจากความทุกข์ )

อะเวโร(รา) โหมิ

( ปราศจากเวร)

อัพยาปัชโฌ(ฌา) โหมิ

( ปราศจากอุปสรรคอันตรายทั้งปวง)

อะนีโฆ(ฆา) โหมิ

(ปราศจากความทุกข์กายทุกข์ใจ)

สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ

( มีความสุขกายสุขใจรักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเถิด)
 
 
 
 
   (บทแผ่เมตตาให้สรรพสัตว์)
สัพเพ สัตตา
(สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น)

อะเวรา โหนตุ

(จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย)

อัพพะยาปัชฌา โหนตุ

(จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย)

อะนีฆา โหนตุ

(จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย)

สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ

(จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ)
 
 
 
 
 
    (บทแผ่กรุณา)
สัพเพ สัตตา
(สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง)

สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ

(จงพ้นจากทุกข์เถิด)
 
 
 
  (บทแผ่มุทิตา)
สัพเพ สัตตา
(สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง)

สัทธะ สัมปัตติโตมาวิคัจฉันตุ

(จงอย่าไปปราศจากสมบัติอันตนได้แล้วเถิด)
 
 
 
 
   (บทแผ่อุเบกขา)
สัพเพ สัตตา
(สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง)

กัมมัสสะกา

(เป็นผู้มีกรรมเป็นของตน)

กัมมะทายาทา

(เป็นผู้รับผลของกรรม)

กัมมะโยนิ

(เป็นผู้มีกรรมเป็นกำเนิด)

กัมมะพันธุ

(เป็นผู้มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์)

กัมมะปะฏิสะระณา

(เป็นผู้มีกรรมเป็นที่พึ่งพาอาศัย)

ยัมกัมมัง กะริสสันติ

(กระทำกรรมอันใดไว้)

กัลละยาณังวา ปาปะกังวา

(ดีหรือชั่ว)

ตัสสะ ทายาทา ภะวิสันติ

(จักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น)
   
 
 
 
                       (บทแผ่ส่วนกุศล)
อิทัง เม มาตาปิตูนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ มาตาปิตะโร
(ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่มารดาบิดาของข้าพเจ้า ขอให้มารดาบิดาของข้าพเจ้ามีความสุข)

อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ ญาตะโย

(ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า ขอให้ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้ามีความสุข)

อิทัง เม คุรูปัชฌายาจริยานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ คุรูปัชฌายาจริยา

(ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า ขอให้ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ของข้าพเจ้า
มีความสุข)

อิทัง สัพพะเทวะตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เทวา

(ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เทวดาทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เทวดาทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข)

อิทัง สัพพะเปตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เปตา

(ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เปรตทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เปรตทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข)

อิทัง สัพพะเวรีนัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ เวรี

(ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวงมีความสุข)

อิทัง สัพพะสัตตานัง โหตุ สุขิตา โหนตุ สัพเพ สัตตา

(ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง ขอให้สัตว์ทั้งหลายทั้งปวงมีความสุขทั่วหน้ากันเทอญ)
 
                             
 
 
                      (คำขอขมาและคำอธิษฐานจิต)
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตังสัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเต

หากข้าพเจ้า ( ให้ระบุชื่อ-สกุล ของผู้กล่าว ) จงใจหรือประมาทพลาดพลั้งล่วงเกินบิดามารดา ครูบาอาจารย์ พระพุทธ พระธรรม พระอรหันต์ พระอริยสงฆ์เจ้า ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย รวมถึงผู้มีพระคุณ และเจ้ากรรมนายเวร จะด้วย กาย วาจา ใจ ขอได้โปรดอโหสิกรรมแก้ข้าพเจ้าด้วยเทอญ หากข้าพเจ้ามีเจ้าของในตัวติดตามมา ขออนุญาตมีคู่ครอบครัว ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระ ข้าพเจ้าจะประพฤติตนในทางที่ถูก ที่ชอบ ที่ควร ขอบุญบารมีในอดีตกาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน จงส่งผลให้ข้าพเจ้าและครอบครัว ตลอดจนบริวารที่เกี่ยวข้อง จงเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ ลาภ ยศ สรรเสริญ สติปัญญา ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ อุปสรรคใดๆ โรคภัยใดๆ ขอให้มลายสิ้นไป ข้าพเจ้าขอถอนคำสัญญา คำสาบาน คำอธิฐาน ที่ผูกมัดตัวเองและผู้อื่น ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระจากสัญญาทั้งปวง หากมีผู้ใดเคยสร้างกรรมกับข้าพเจ้า ไม่ว่าชาติใดภพใดก็ตาม ข้าพเจ้ายินดี อโหสิกรรมให้ ขอถอนความอาฆาต ความพยาบาท และคำสาปแช่งในทุกชาติ ทุกภพ ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากคำสาปแช่งของปวงชนและของเจ้ากรรมนายเวร ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากนรกภูมิและพบแสงสว่างทั้งทางโลกและทางธรรม ตั้งแต่บัดนี้ตราบเข้าสู่นิพพานเทอญ
 

                     
 
                   (คำอุทิศบุญกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร)
ข้าพเจ้าขออุทิศบุญกุศล จากการเจริญภาวนานี้ ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายของข้าพเจ้า ที่ข้าพเจ้าได้เคยล่วงเกินท่านไว้ ตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบันชาติ ท่านจะอยู่ภพใดหรือภูมิใดก็ตาม ขอให้ท่านได้รับผลบุญนี้ แล้วโปรดอโหสิกรรมและอนุโมทนาบุญแก่ข้าพเจ้าด้วยอำนาจบุญนี้ด้วยเทอญ


Comment

Comment:

Tweet

#19 By (115.84.117.158|115.84.117.158) on 2015-04-29 18:30

#20 By (115.84.117.158|115.84.117.158) on 2015-04-29 18:30

ขอบคุณครับ

#18 By เบ้ิ้ม (146.23.250.106|146.23.250.106) on 2015-04-24 15:09

#17 By (68.178.206.97|68.178.206.97) on 2015-04-13 15:09

สาธุของcopy น่ะคะ

#16 By (27.55.71.99|27.55.71.99) on 2015-04-03 00:33

สาธุ big smile

#15 By (27.145.123.201|27.145.123.201) on 2015-01-31 07:15

very good

#14 By Arthyz on 2014-07-14 19:01

ขอนุญาติ copy และจัดกลุ่มบางส่วนนะคะ มีคำแปลขณะสวดมนต์ทำให้มีสติระลึกในการกราบบูชาพระรัตนตรัย  สาธุ...ค่ะ

#13 By Suzy Stevenson (76.95.56.210|76.95.56.210) on 2014-06-19 06:43

สาธุ

#12 By พลูวรุน on 2012-04-16 17:53

สาธุ

#11 By วนาลัย on 2012-04-16 17:47

สาธุ

#10 By narong on 2012-03-31 23:48

สาธุ

#9 By กาละลอง on 2012-03-31 23:39

สาธุ

#8 By ธีรกร on 2012-03-31 23:19

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ
สังฆัง สระระณัง คัจฉามิ
ข้าพเจ้าขอถือเอา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง ที่ระลึก
surprised smile Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#5 By บุรุษนิรนาม on 2011-05-18 13:13

ขอบคุณที่แปลครับ เพราะผมเองก็อยากรู้ความหมายมาตลอดเหมือนกัน

คิดด้วยซ้ำไปว่า เราน่าจะแปลงบทสวดเป็นภาษาไทยแบบที่สวนโมกข์กันดีมั้ย คนน่าจะเข้าใจมากขึ้น big smile

#4 By kae on 2011-05-14 18:03

Hot! Hot! Hot!

ขอบคุณมากค่ะปกติก็สวดหมดนี่ทุกคืน มีบางคืนสวดยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก แล้วก็โภฌงค์ เพิ่มค่ะ แต่ไม่มีคำแปลในหนังสือ

สาธุธรรมนะคะbig smile

#3 By Pat on 2011-05-13 21:13

สาธุ อนุโมทนาบุญbig smile Hot!

#2 By ' I'm E29AZA ' on 2011-05-13 17:04

สาธุ ๆ ๆ ๆ ๆ confused smile confused smile confused smile confused smile

#1 By ปิยะ99 on 2011-05-13 15:37