1/2 วาสนา คืออะไร

posted on 09 Sep 2017 13:34 by narathipo

ขอแย้งข้อความโพสต์นี้ครับ
https://www.facebook.com/chaiyapon/posts/10212192902490510?ft[tn]=C-R-R&ft[qid]=6463424404455373432&ft[mf_story_key]=-9022023103405955667&ft[is_sponsored]=1&ft[ei]=AI%406cc02a7328f553fad628d6c3982180a1&ft[top_level_post_id]=1965886293626697&ft[fbfeed_location]=1&ft[insertion_position]=22&ft[ordinal_position]=25%3A1&__md__=1

 

คุณไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของคำว่า "วาสนา"  ต่างหากล่ะครับ คุณถึงได้พูดแบบนี้
มีวาสนาดี หมายถึง กุศลผลบุญบารมีที่เราได้เคยสร้างได้เคยสั่งสมมา ทำให้ได้รับสิ่งดีๆในชีวิต เป็นสิ่งที่ช่วยหรือเอื้อประโยชน์ให้ได้รับผลสำเร็จในชีวิต หรือได้ชักนำสิ่งดีๆโอกาสดีๆเข้ามาในชีวิต
ซึ่ง วาสนา เกิดมาจาก กรรม หรือจะเรียกมันว่า วิบากของกรรมก็ได้
ส่วน กรรม หมายถึง เจตนา ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ตรัสเอาไว้ว่า "ภิกษุทั้งหลาย ! เรากล่าวซึ่งเจตนา ว่าเป็นกรรม"
กรรม จะแยกออกเป็น 3 ประเภทคือ
1. กายกรรม คือ การกระทำทางกายที่เป็นเจตนา (การทำที่มาจากเจตนา)
2. วจีกรรม คือ การกระทำทางวาจาที่เป็นเจตนา (การพูดที่มาจากเจตนา)
3. มโนกรรม คือ การกระทำทางใจที่เป็นเจตนา (การคิดที่มาจากเจตนา)
ถ้าผู้ใดมีเจตนาในการกระทำกรรมทางกาย วาจา และใจที่ดี ก็จะก่อเกิดเป็น วาสนาที่ดีตามมาแก่บุคคลผู้นั้น
และส่วนกรรมเก่า ไม่ใช่เรื่องของชาติที่แล้วอย่างเดียว แต่หมายถึง เจตนาทางกาย วาจา ใจ ที่เราทำหลังจากปัจจุบันจิตนี้ถอยหลังลงไป นั่นก็คือกรรมเก่าทั้งหมด
พูดง่ายๆก็คือหลังจากเสี้ยววินาทีของปัจจุบันนี้ที่คุณเจตนากระทำสิ่งต่างๆ จะด้วย กาย วาจา หรือใจ ก็เป็นกรรมเก่าทั้งหมด
และกรรมมันจะมีผลของกรรม ที่เรียกว่า วิบากกรรม
ถ้าทำกรรมดี ไม่ว่าจะทางกาย วาจา หรือใจ ผลวิบากกรรมที่ได้ก็จะเรียกว่า บุญ จะทำให้เราได้รับความสุข
ถ้าทำกรรมชั่ว ไม่ว่าจะทางกาย วาจา หรือใจ ผลวิบากกรรมที่ได้ก็จะเรียกว่า บาป จะทำให้เราได้รับความทุกข์
วิบากกรรมที่เราได้รับนี่แหละ เรียกว่า วาสนา ถ้าทำกรรมดีก็จะมีวาสนาดี ถ้าทำกรรมชั่วก็จะมีวาสนาไม่ดี

ผมจะยกตัวอย่างง่ายๆของ วาสนาดี ในชาตินี้เลยแล้วกัน
อย่างที่บอกว่า เจตนาคือกรรม กรรมดีย่อมส่งผลให้วิบากกรรมที่จะได้รับนั้นดี วิบากรรมที่ดีก็คือบุญ ผู้ที่มีบุญดีก็คือผู้ที่มีวาสนาดี
เด็กหนุ่มคนหนึ่งรูปร่างผอมโซ โหงวเฮ้งไม่ดีเลย พูดง่ายๆสารรูปเหมือนคนติดยา สาวๆเห็นก็เมินหน้าหนี เพราะสารรูปของเขาดูไม่ได้เลย ซ้ำฐานะยังไม่ดี
แต่เด็กหนุ่มผู้นี้มีความทะยานอยากสูง เขาอยากได้สาวสวยๆมาเป็นแฟนมาเป็นภรรยา แต่ด้วยความที่เขาเกิดมารูปไม่หล่อพ่อไม่รวยฐานะยากจน
เขาได้ตั้งเจตนาไว้ว่าเขาจะต้องมีฐานะที่ดีจะต้องมีแฟนสวยๆให้จงได้ เขาจึงมาพิจารณาว่า อะไรหนอเป็นสิ่งที่หญิงสาวต้องการจากชายหนุ่ม ที่อยากได้หนุ่มคนนั้นมาเป็นแฟน
เขาคิดแยกออกมาได้เป็นข้อๆว่า นิสัยดี รูปร่างหน้าตาดี ฐานะดีมั่นคง การศึกษาดี ก็จะมีประมาณนี้

- เข้าจึงเริ่มใฝ่ดี คิดดี พูดดี ทำดี มีน้ำจิตน้ำใจต่อผู้อื่น มีความเมตตากรุณาต่อผู้คนและสรรพสัตว์ นี่เป็นการตอบโจทย์ในเรื่องของ นิสัยดี

- และเขาก็เริ่มหางานพิเศษทำ หาลู่ทางประกอบสัมมาอาชีพ หาคอนเนคชั่นที่ดี หากลุ่มเพื่อนที่ดีที่ช่วยเหลือเกื้อกูลเขาในเรื่องการงาน ทำให้เขามีงานที่ดีทำ หรือสร้างธุรกิจของเขาเองได้ นี่เป็นการตอบโจทย์ในเรื่องของ ฐานะดี

- แล้วเขาก็เพียรพยายามที่จะศึกษาหาความรู้ เรียนให้สูง อย่างน้อยก็วุฒิปริญญาตรี นี่เป็นการตอบโจทย์ในเรื่องของ การศึกษาดี

- และในขณะเดียวกัน เขาก็หันมาออกกำลังกาย ดูแลตัวเองเรื่องการกินการพักผ่อน ถึงแม้หน้าตาของเขาจะไม่ได้หล่อเหล่าอะไร แต่เมื่อเขาออกกำลังกายเป็นประจำ ดูแลเรื่องอาหารการกินที่ดี อันเนื่องมาจากที่เขาได้ทำงานทำการมีเงินเก็บมีเงินใช้ ทำให้เขามีเงินใช้จ่ายในเรื่องอาหารการกินที่ดีขึ้น ทำให้รูปร่างเขาดี ถึงเขาจะไม่ได้มีหน้าตาที่หล่อเหล่า แต่มันก็ทำให้เขาดูดีขึ้น
มีหุ่นที่ดีมีบุคคลิกที่ดีขึ้น นี่เป็นการตอบโจทย์ในเรื่องของ รูปร่างหน้าตาดี

พอเขามี นิสัยดี รูปร่างหน้าตาดีหรือดูดี ฐานะที่ดี การศึกษาดี สิ่งดีๆมันก็หลั่งไหลมาหาเขาเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย แถมยังทำให้เข้าองค์ประกอบที่สาวๆอยากได้มาเป็นแฟนหรือสามี
เมื่อสาวๆเข้ามาสนใจเขาเยอะ เขาก็สามารถเป็นฝ่ายเลือก เกณฑ์อันดับแรกที่เขาจะเลือกสาวๆมาเป็นแฟนหรือภรรยา เขาก็เลือกจากคนที่รูปร่างหน้าตาที่ดีก่อน ส่วนอย่างอื่นที่ดีๆเป็นองค์ประกอบทีหลัง ถ้าไม่สวยคือทุกอย่างจบ เขาไม่เอา แน่นอนว่าเมื่อมีสาวๆหลายๆคนมาสนใจเขาเรื่อยๆ มันก็ต้องมีสาวสวยๆผ่านเข้ามาสนใจเขาบ้างอย่างแน่นอน สุดท้ายแล้วเมื่อเขาเป็นฝ่ายเลือก มีตัวเลือกเยอะ เขาจึงเลือกในสิ่งที่เขาต้องการ นั่นก็คือสาวสวยนั่นเอง
ทุกอย่างที่เขาได้มานี้มาจากผลกรรมที่เขาได้ทำได้สั่งสมได้เพียรพยายามทำมันมาในชาตินี้ทั้งนั้น

ที่ผมพยายามจะบอกก็คือ วาสนาที่ดี มันสร้างได้ในชาตินี้ในปัจจุบันนี้เลย มันสร้างมาจากกรรมดีที่คุณได้ทำ ทั้งทางกาย วาจา และใจ ต้องค่อยๆทำค่อยๆสั่งสมมันไป มันก็จะเห็นผลดีเอง
ส่วนในเรื่องของคนที่มีวาสนาดีแต่กำเนิด เกิดมารูปร่างหน้าตาดีหล่อสวยร่ำรวยฐานะดี ของทุกอย่างมันไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆหรอกครับบอกเลย กรรมที่เขาได้เคยทำมาแต่ชาติก่อนเป็นเหตุเป็นปัจจัยปรุงแต่งทำให้เขาเหล่านั้นเกิดมาได้รับผลดีแบบนี้
แต่นี่มันเป็นเรื่องของชาติก่อน กรรมเก่าในชาติก่อน เป็นเรื่องที่ปุถุชนคนธรรมดาไม่อาจจะหยั่งรู้ได้ แต่มันมีวิธีที่จะรู้ครับ ในทางพระพุทธศาสนาคุณต้องทำสมาธิให้ได้ระดับฌาน
ถ้าผมจำไม่ผิด น่าจะฌาน 4 ก็สามารถย้อนอดีตระลึกชาติได้ แต่จะย้อนไปได้มากน้อยก็แล้วแต่บุญบารมีที่เราเคยทำเคยสั่งสมมานะครับ มันเป็นปัจจัตตัง คือรู้ได้เฉพาะตน
ถ้าเราอยากหาคำตอบว่าชาติก่อนมีจริงหรือไม่ เราต้องทำสามาธิให้ได้ระดับนั้นครับถึงจะรู้ ต่อให้ผู้ที่สำเร็จฌานสมาบัติมาบอกคุณ มันก็เป็นแค่คำพูดครับ ใช้เป็นหลักฐานที่เชื่อถืออะไรจริงๆไม่ได้ เพราะเราเองก็พิสูจน์ไม่ได้
แต่อย่างว่าครับ เรื่องนี้มันเกินกว่าความสามารถของปุถุชนคนธรรมดา จึงขอละหรือยกไว้ในฐานที่เข้าใจว่ามันมีจริง แต่คุณต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง ต้องฝึกฝนต้องนั่งสามาธิจนถึงระดับฌาน แล้วจะได้คำตอบเอง

ป.ล. ผมจะรู้สึกไม่โอเครทุกครั้งที่มีคนชอบอ้างเรื่องมนุษย์ยุคหิน ซึ่งจริงๆแล้วมันเป็นแค่การคาดคะเนว่าจะเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ ถ้าจะเอามาอ้างเป็นวิทยาศาสตร์ คุณต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนกว่านี้ คุณต้องนั่งทามแมชชีนย้อนกลับไปที่ยุคนั้นจริงๆเลยว่าเขาเป็นกันอย่างไร เขาใช้ชีวิตกันอย่างไร มีมนุษย์ยุคหินจริงหรือไม่ หรือคนพวกนั้นเป็นแค่คนป่าหรือชนเผ่าเหมือนในยุคสมัยปัจจุบันของเรานี้เท่านั้นเองหรือเปล่าคุณต้องถ่ายคลิปวีดีโอมายืนยันหลักฐานให้ชัดเจนเลยว่าเป็นอย่างที่คุณพูด แต่เอาเข้าจริงๆแล้วคุณก็ไม่มีหลักฐานอะไรจะมายืนยันได้ชัดเจนแบบนั้น
มันเป็นเพียงแค่ทฤษฎี สมมติฐาน ความน่าจะเป็น เท่านั้นเอง แต่ผมก็ไม่ได้ปฏิเสธหรอกนะครับว่ามันอาจจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่คุณพูด และตามตรรกะและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์อะไรหลายๆอย่างก็ทำให้มีความน่าเชื่อถือได้มากว่ามนุษย์ยุคนั้นมันน่าจะเป็นอย่างนั้น
ใช่ครับ "มันคือความน่าจะเป็น" แต่ไม่สามารถฟันธงว่ามันจะเป็นอย่างนั้นจริง ถ้าจะให้เชื่อว่าเป็นอย่างนั้นจริงก็ต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนเช่น คลิปวีดีโอที่ถ่ายมาให้ดู
สุดท้ายมันก็เป็นแค่ความน่าจะเป็นหรือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์คาดคะเนตามหลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบันเท่านั้นเองครับ จะเอามาสรุปหรือฟันธงว่ามันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ได้

อย่าว่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะครับ ผมเห็นคนที่ออกมาสอนให้ความรู้คนให้เข้าใจผิดๆแล้วผมอดไม่ได้ที่จะต้องออกมาพูดมาแย้ง เพราะผมเคยเชื่อคำสอนผิดๆทำให้ผมหลงผิดเข้าใจผิดมาแล้ว ยิ่งคนที่ยกตัวเองว่าเป็นครูแล้ว แต่มาสอนผิดๆนี่ยิ่งไม่โอโครบอกตรง

 

Comment

Comment:

Tweet